วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2552

Something else in Architecture

5 March 09

I believe Architecture is not just about space, form, elements, and all kind of what eyes can see (or we can say visual perception) only. It's include " experience". Physiological Factors which are effects that attack your sensory. I would say that it's kind of butterfly effect that happen to you, your mind and body, than the universe. The free spirit crematorium project is a good explanation for that.





งานสถาปัดไม่ใช่จะจบอยู่ง่ายๆแค่ที่การสร้างอาคารให้คนเห็นแล้วตื่นตะลึง ในความงดงามที่สอดประสานกับการใช้งานที่แสนจะลงตัวด้วย รูปทรงอาคาร หรือ ที่ว่างภายในที่ให้อารมณ์แบบสุดๆเพียงเท่านั้น จะว่าไป ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่สายตามองไม่เห็นที่ทำหน้าที่ บิลท์อารมณ์ ให้คล้อยตามไปกับ พล๊อต ที่นักออกแบบวางไว้เป็นฉากๆ ด้วยการใช้ลำดับขั้นของการนำเสนอโดยรูปทรงกับก้อนที่ว่างภายในเป็นส่วนใหญ่ แต่เดี๋ยวก่อน...เชื่อหรือไม่ว่ามีบางสิ่งบางอย่างนอกเหนือจากการรับรู้ด้วยการมองเห็น ที่สามารถมาเขย่าอารมณ์ให้รู้สึกสดชื่น หรือเขย่าขวัญให้บรื๋อ..ได้อย่างชงัดงันเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งปวง มันไม่ใช่วิญญานพเนจรอย่างแน่นอน....แต่มันคือ...


...........Physiological Factors ...โอ้พระเจ้าจอร์ช ชื่อมันเท่มาก ไม่เท่แค่ชื่อ มันยังทำตัวเท่โดยการปิดทองหลังพระในการเข้าไปเพิ่มรสชาติให้กับสถาปัตยกรรมอีกด้วย เพื่อให้เข้าใจง่าย อาจเริ่มต้นที่เรื่องที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันก่อน การดูหนังผี อันนี้น่ากลัวแน่นอน ต้นตำหรับต้อง ALFRED HITCHCOCK ผู้ให้กำเนิดหนัง Phycho ฆาตกรรมสยองขวัญยอกย้อนซ่อนปมเรื่องแรกๆของวงการภาพยนต์ ภาพและลำดับภาพที่ออกแบบมาให้คาดไม่ถึงและสยดสยอง ทำให้คนขวัญอ่อนเกิดอาการเข่าอ่อนได้จาก "ภาพ" ที่ปรากฏแก่ "สายตา" แต่ไอ้สิ่งที่มาประกอบเพิ่มให้ ร่างกาย เกิดอาการขนลุก แล้วส่งผลไปถึง อารมณ์ ความรู้สึก หวาดกลัว นั่นคือ "เสียง" เสียงโทนสูงที่ดังซ้ำๆกันกับจังหวะการแทงในฉากอาบน้ำทำให้รู้สึกถึงมีดที่ผ่านชั้นเนื้อ ปัจจัยที่ทำให้เกิดผลกระทบทางกายคืออาการขนลุก และเชื่อมโยงต่อไปถึง จิตใจ คือกระตุ้นความกลัวให้มากขึ้น นั่นคือกระบวนการของ Physiological Factors หรือภาษาไทยที่เป็นวิชาการก็คือ ปัจจัยทางสรีระวิทยา ซึ่งเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันระหว่างการควบคุมสภาวะแวดล้อม( Environmental Control ) กับ ปฏิกิริยาการตอบสนองและการปรับตัวของร่างกาย (Homeostasis) อย่างนั้นนั่นเอง แต่อย่า อย่าเพิ่งตกใจ เสียงเป็นคลื่น ไม่มีตัวตนให้มองเห็นหรือจับต้อง สถาปนิกไม่ใช่นักดนตรี ออกแบบเสียงไม่ได้ แต่อย่างไม่น้อยหน้า..สถาปนิกออกแบบสภาพแวดล้อมให้เกิดเสียง รวมทั้งขยายผลของเสียงได้โก้ไม่แพ้กัน ตัวอย่างมีให้เห็นใช้กันมาแต่ในอดีต เช่นการออกแบบโบสน์ จะว่าไปก็ทั้งโบสน์ไทยและโบสน์ฝรั่ง หลายครั้งที่การเข้าโบส์สามารถสร้างแรงบันดาลใจและความรู้สึกปิติ ศรัทธา จาก ภาพ คือรูปทรงอาคารที่เห็นจากภายนอก สำผัส จากที่ว่างภายในและแสงที่สาดส่องมลังเมลือง เกือบจะเป็นห้วงอารมณ์ที่สมบูรณ์แบบแล้ว ถ้าไม่บังเอิญมีกลุ่มนักร้องเข้ามาในโบสน์และร้องเพลง ห้วงอารมณ์ที่เกือบสมบูรณ์แบบนั้น กลายเป็นห้วงอารมณ์ที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาทันที เสียงเพลงที่ก้องสะท้อนหลังคารูปโดมของโบสน์สามารถเข้ามารายล้อมร่างกายดั่งสัมผัสได้ ทำให้คนเราสามารถเกิดอาการเย็นวาบ ขนลุก หรือน้ำตาร่วง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกายและสัมพันธ์กับอารมณ์ ที่เกิดจากการออกแบบสภาพแวดล้อมในการกำหนดรูปแบบที่ว่างภายใน กำหนดรูปแบบแสงและกำหนดรูปแบบเสียงนั่นเอง สาบานได้ว่า ถ้าการบรรเลงเพลงครั้งนี้เกิดขึ้นที่ข้างถนน อารมณ์คงแตกต่างจากนี้ไปมาก
และที่แน่เสียยิ่งกว่าแน่ นั่นคือ สถาปัตยกรรมทำได้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดแสง เสียง อุณหภูมิ ความชื้น กลิ่น ฯลฯ ตัวอย่างทางสถาปัตยกรรมที่ดีอีกตัวอย่างนึงคือ The Free Spirit crematorium project หรือ เรียกชื่อไทยให้เก๋ว่า สถานเผาส่งวิญญาน ซึ่งเป็น โครงการ เกี่ยวกับศาสนกิจสำหรับศาสนาทุกศาสนาที่สามารถประกอบพิธีร่วมสถานที่กับศาสนาอื่นได้ ประกอบไปด้วยสถานที่ทำพิธีสวดศพ เผาศพ และ ฝังศพ รวมทั้งบริเวณสำหรับการเตรียมศพ




....รบกวนรออ่านต่อตอนวันว่างเขียน
... read some more when the time has come..